นายไพศักดิ์ อนันต์กุล นักวิจัยสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วท.) กล่าวว่า
ประโยชน์หลักของแชมพูสระผม คืม ชะล้างเอาฝุ่นละออง และน้ำมันส่วนเกินออกจากเส้นผม
แต่ในวงการรธุรกิจขณะนี้มีการผลิตแชมพูโดยโฆษณาว่า มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเส้นผม
เพราะใส่สารเคมี เช่น พาลาโนลิน บาลซัม หรือน้ำมันพืช สำหรับสูตรผมแห้งลงไป โดยอ้างว่าสารเคมีเหล่านี้
จะไปหล่อเลี้ยงให้เส้นผมชุ่มชื้นอยู่เสมอ ความจริงแล้วสารเคมีเหล่านี้ มีผลต่อเส้นผมน้อยมาก
เพราะเส้นผมมีขีดจำกัดในการดูดซึมสารพวกนี้
เนื่องจากผมเป็นเซลล์ตายแล้ว ประกอบด้วย สารโปรตีน เคราตีน ที่ขมวดโมเลกุลเข้าเหมือนเส้นด้าย 2 ชั้น
ชั้นนอกเรียกว่าเคลือบผิวผม เป็นตัวปกป้องคุ้มภัยให้ผมชั้นใน ซึ่งแชมพูโดยทั่วๆไป
จะมีผลเฉพาะชั้นเคลือบผิวผมเท่านั้น ดังนั้นการสระผมบ่อยๆ จึงไม่มีผลเสียต่อเส้นผมอย่างที่หลายคนเข้าใจ
แชมพูหลายชนิดที่มีการโฆษณาว่า มีส่วนประกอบที่เป็นสารอาหารรวมอยู่ด้วยนั้น
ความจริงแล้วสารอาหารเหล่านี้จะไม่สามารถไปหล่อเลี้ยง เส้นผมตามที่โฆษณาเอาไว้ได้เลย
การที่สารอาหารจะไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้จะมีทางดียวเท่านั้น คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ดังที่เรามักเห็นว่า คนที่ขาดอาหารหรือสุขภาพไม่ดีจะมีลักษณะของเส้นผมที่ไม่ดีตามไปด้วย
แม้จะใช้ยารักษาเส้นผมอย่างไรก็ไม่สามารถช่วยให้เส้นผมดีขึ้นได้
สุขภาพของเส้นผมที่ดีขึ้นอยู่กับสภาพเคลือบผิวผมแต่หากผมยาวมากๆ เคลือบผิวผมจะแยกออกจากกันทำให้ผมแตกปลาย
นอกจากนี้ น้ำยาดัดผม ยาย้อมผม ความร้อนจากการอบ ดัด การหวี หรือแปรงผมอย่างแรงเกินไป
ทำให้เส้นผมเสีย แชมพูหลายชนิดจึงใส่ส่วนผสมบางอย่างเพื่อทำให้เส้นผมเสียดีขึ้น
ส่วนผสมนี้ส่วนใหญ่จะเป็นพวกไขมัน ซึ่งเข้ามาทดแทนไขมันตามธรรมชาติที่สูญเสียไป
หรืออาจจะเป็นพวกโปรตีนซึ่งจะไปเคลือบเส้นผมส่วนที่เสียหรือแตกปลายให้ดูหนานุ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวสามารถรักษาผมแตกปลายได้ชั่วคราวเท่านั้น การแก้ปัญหานี้ที่ดีที่สุด
คือการตัดส่วนที่แตกปลายนั้นทิ้งไป
ความจริงแล้ว ถ้าใช้แชมพูยี่ห้อใดแล้ว ไม่มีอาการแพ้ เช่น คันศีรษะ ผมร่วงหรือมีรังแค
ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแชมพูยี่ห้อใหม่ที่มีราคาแพงตามโฆษณา ทั้งนี้การเลือกใช้แชมพูราคาแพง
เป็นการสนองความต้องการทางด้านจิตใจมากกว่าควมต้องการของเส้นผม