Source of Medicine and Drugs  
จุดรวมแหล่งข้อมูลทางการแพทย์และยา ตำแหน่งที่ท่านอยู่   โรคโพรงอากาศอักเสบ  
| หน้าหลัก | ต่างชาติ | ของไทย | วารสาร | สมุนไพร | อื่นๆ | ติดต่อผม | เว็บบอร์ด | สมุดเยี่ยม l  
 
Webmaster


เชื่อมโยงเกี่ยวข้อง
 


โรคโพรงอากาศอักเสบ (Sinusitis)

โพรงอากาศ หรือโพรงกระดูก(Sinuses) คือ อะไร
สาเหตุของการเป็นโรคโพรงอากาศอักเสบ(Sinusitis)
อาการของโรคโพรงอากาศอักเสบ(Sinusitis)
การรักษาโรคโพรงอากาศอักเสบ (Sinusitis)
ยาที่ใช้รักษาโรคโพรงอากาศอ ักเสบ (Sinusitis)
การป้องกันโรคโพรงอากาศอักเสบ(Sinusitis)



 
 
 
 

โพรงอากาศหรือโพรงกระดูก(Sinuses) คืออะไร
      คือ ช่องว่างในกระดูกกะโหลกศรีษะ โดยมีอากาศบรรจุอยู่ เพื่อช่วยทำให้กระดูกกะโหลกศรีษะเบาขึ้น ส่วนอากาศที่อยู่ในโพรงจมูกและใบหน้าจะช่วยในการเปล่งเสียงโพรงอากาศเหล่านี้(ดังรูป)


จะบุด้วยเยื่อบุที่ผลิตน้ำเมือกเหนียวใส และมีท่อเปิดเข้าไปในโพรงจมูกตามตำแหน่งต่างๆ ถ้าเกิดปัญหาใดๆที่ทำให้น้ำเมือกเหนียวคั่งค้างอยู่ในโพรงอากาศเหล่านี้ ย่อมก่อให้เกิดอาการไม่สบาย ตามปกติ เมื่อน้ำเมือกไหลจากท่อของโพรงอากาศเข้าสู่ช่องจมูกและด้านหลังของลำคอ น้ำเมือกจะช่วยกวาดล้างฝุ่นและเชื้อโรคลงสู่กระเพาะอาหาร ซึ่งมีกรดในกระเพาะคอยทำลายเชื้อโรคพวกนี้ อีกทอดหนึ่ง น้ำเมือกเหล่านี้คือ น้ำมูกและส่วนประกอบของเสมหะ
 
 
 
 
 
 

สาเหตุของการเป็นโรคโพรงอากาศอักเสบ
1.โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เยื่อบุในจมูกและโพรงอากาศบวมขึ้น ทำให้ท่อติดต่อระหว่างโพรงอากาศและโพรงจมูกตัน เมื่อน้ำเมือกที่ผลิตเหนียวขึ้นจะทำให้เกิดการคั่งค้างและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อแบคทีเรีย ลักษณะสีของน้ำมูกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือแกมเขียวย่อมบ่งชี้ถึงการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ

2.โรคภูมิแพ้ เมื่อเยื่อบุจมูกของคนที่มีปัญหาทางภูมิแพ้(Allergicreaction) สัมผัสอากาศ ร่างกายจะผลิตสารชนิดหนึ่ง ชื่อ Histamine ซึ่งมีคุณสมบัติที่ทำให้เยื่อบุในโพรงจมูก และในโพรงอาการบวมเป็นระยะยาว ทำให้การเดินทางของน้ำมูก, น้ำเมือกสู่ช่องจมูกและช่องปากไม่ราบรื่น และตกค้างในโพรงอากาศ จะก่อให้เกิดปัญหาการเพาะพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรีย เช่นเดียวกับโรคหวัดเรื้อรัง

3.การอุดตันอาจเกิดการคดงอของสันกลางจมูกหรือมีเนื้องอกเกิดขึ้นซึ่งส่วนใหญ่ เป็นชนิดธรรมดา เรียกว่า ริดสีดวงจมูก หรือ Polyp ซึ่งเป็นผลพวงมาจาก การที่เยื่อบุโพรงจมูกและโพรงอากาศบวมเป็นระยะเวลานาน ส่วนมากเกิดจากการแพ้อากาศ,ริดสีดวงจมูกอาจมีขนาดใหญ่จนอุดตันจมูกข้างใดข้างหนึ่งได้
 
 
 
 
 
 

อาการของโรคโพรงอากาศอักเสบ
      ปวดมึนๆหนักๆ ตรงบริเวณหัวตา,หน้าผากหรือรอบกระบอกตาเป็นประจำทุกวัน อาจเป็นเวลาตอนเช้าหรือบ่ายหรือเวลาก้มศรีษะจะรู้สึกคัดจมูก จามบ่อยๆหรือเจ็บคอ มีเสมหะสีเหลืองหรือสีเขียวในคอ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น อาการแทรกซ้อนของโรคโพรงอากาศอักเสบ ที่สำคัญคือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ,ฝีในสมอง
 
 
 
 
 
 
 
 

การรักษาโรคโพรงอากาศอักเสบ
      การรักษาโรคโพรงอากาศอักเสบจะได้ผลมาก ในรายที่มีอาการอักเสบแบบเฉียบพลัน ซึ่งจะต้องทำการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง จากแพทย์เฉพาะทางโรคของหูคอจมูก เท่านั้น สำหรับรายที่มีอาการอักเสบแบบเรื้อรัง หรือเกิดอาการอุดตันที่โพรงอากาศจะต้องได้รับการรักษา โดยการผ่าตัดร่วมกับการรักษาด้วยยา ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ป่วยควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
 
 
 
 
 
 

ยาที่ใช้รักษาโรคโพรงอากาศอักเ สบ
1) ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน(Aspirin), พาราเซตามอล(Paracetamol) สำหรับรายที่มีอาการไม่มากและไม่มีการติดเชื้อ
2) ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน (Chlopheniramine) อาจรับประทานร่วมกับ ยาแก้คัดจมูก เช่น ยาเม็ดเอฟฟีดีน (Ephedrine), หรือ ให้ยาแก้แพ้กับยาแก้คัดจมูก เช่น ยาเม็ดแอคติเฟด (Actifedโ) ซึ่งประกอบด้วย TriprolidineHCl, Pseudoephedrine HCl หรือ ยาเม็ดนีโอซิเนฟรีน (Neosynephrine) ยาแก้แพ้เหล่านี้ จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะภูมิแพ้ร่วมด้วย ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรใช้ เพราะยาแก้แพ้จะทำให้น้ำเมือกข้นขึ้น การทำงานตามธรรมชาติของเยื่อบุจมูกเสียไป
3) ยาต้านจุลชีพ ่ เช่น อะม็อกซิซิลิน(Amoxicillin) เพนนิซิลลีนวี(PennicillinV), โคไตรม็อกซาโซล(Cotrimoxazole) ร่วมกับอิริโทรมัยซิน(Erythromycin) หรือ ร่วมกับด็อกซิซัยคิน(Doxycycline)ในผู้ใหญ่.
หมายเหตุ การใช้ยานั้นควรอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ หรือเภสัชกร ไม่ควรที่จะรับประทานยาเอง เนื่องจากการใช้ย ารับประทานเอง อาจก่อให้เกิดอัน ตรายต่อผู้ที่ ใช้ได้
 
 
 
 
 
 
 

การป้องกันโรคโพรงอากาศอักเสบ
1) รับประทานอาหารที่มีคุณค่า มีประโยชน์
2) พักผ่อนและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
3) ดูแลรักษาร่างกายให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา
4) หลีกเลี่ยงการติดโรคหวัด(ถ้าเป็นให้รีบรักษา)
5) ดื่มน้ำมากๆและทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
6)ไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมาหรือสูบบุหรี่ ซึ่งจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ และ มีการผลิตน้ำมูกลดลง ทำให้ลดการขับไล่เชื้อโรค