|
Webmaster
|
เชื่อมโยงเกี่ยวข้อง
|
|
|
|
|
|
โรคหลอดเลือดแข็งตัว ( atherosclerosis )
กลไกการเกิดโรคหลอด เลือดแข็งตัว
โรคหลอด เลือดแข็งตัว ( atherosclerosis ) คือ ภาวะที่มีการสะสมไขมันใน ชั้น intima ของหลอดเลือดแดง
ทำให้เกิด plaque
บนผิวด้านในของหลอดเลือด จากนั้นจะมี fibroblast, macrophage, และ calcium มาเกาะที่ plaque
ทำให้ plaque มีขนาดโตขึ้น
ส่งผลให้รูของหลอดเลือดมีขนาดเล็กลงหลอดเลือดมีความแข็งมากขึ้นและไม่ยืดหยุ่นเหมือนปกติ
ซึ่งจะเป็นปัญหากับหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญ เช่น หลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดในสมอง
โดยปัจจัยเสี่ยง ของการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว ได้แก่ การสูบบุหรี่, การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง,
พันธุกรรม,
และโรคความดันโลหิตสูง ผลของการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว ผลที่ตามมาของโรคหลอดเลือดแข็งตัวคือ
การขาดเลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจขาดเลือด, สมองขาดเลือด, ไตเสื่อมจากหลอดเลือดแข็งตัว ฯลฯ
ซึ่งจะมีอาการต่างๆ
เช่น ปวดที่หน้าอก , shock , หมดสติ, ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
การรักษา
1. หยุดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่, การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง,
ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงแล้วไม่รักษาหรือควบคุม
2. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
3. การรักษาภาวะหลอดเลือดแข็งตัวด้วยยา อาจใช้ยาในกลุ่ม organic nitrate,
calcium channel blocker cardiac steroid, antiplatelet aggregation
นอกจากนี้ โดยในปัจจุบันได้ค้นพบว่ามีพืช และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหลายชนิด ที่สามารถป้องกัน
การเกิดภาวะดังกล่าวได้
ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง
1. กระเทียม (garlic) Allium sativum
จากการทดลองผลของกระเทียมในหนูขาว โดยให้กลุ่มตัวอย่างกินสารสกัดจากกระเทียม
(allicin) พบว่าสารดังกล่าวมีฤทธิ์ลด cholesterol และระดับไขมันในเส้นเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้
วิธีใช้ รับประทานวันละ 3-5 กลีบ (ทั้งที่ดิบหรือสุก ) ผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่าย V garlic , Neutralize garlic
2.หัวหอมใหญ่ (onion) Allium cepa และ หัวหอมเล็ก
(shallot) Allium ascalonicum มีสารประกอบ 2
กลุ่มที่สามารถลดระดับไขมันในหลอดเลือดได้คือ
- สารประกอบกลุ่ม polyphenol
ซึ่งสามารถลดระดับไขมันในหลอดเลือดหลังจากกินติดต่อกันในเวลานาน ประมาณ 45 วัน
- สาร allylpropyldisulfide สามารถทำให้
cholesterol ในเลือดลดลงได้ แต่จะเสียคุณสมบัติไปเมื่อถูกความร้อน
ดังนั้นจึงควรรับประทานหัวหอมที่ยังดิบอยู่ วิธีใช้
รับประทานครั้งละ 1-2 หัว วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 1เดือนจะทำให้ cholesterol ลดลงสู่ระดับปกติได้
และหลังจากนั้น
ให้รับประทานครั้งละ 1 หัว/วัน เพื่อควบคุมระดับ cholesterol ให้อยู่ในระดับปกติต่อไป
3. คำฝอย (safflower) Carthamus tinctorius
จากการทดลองใน ลิง, กระต่าย และในมนุษย์พบว่าสามารถลดระดับ cholesterol
ในเลือดได้ วิธีใช้ นำดอกมาต้มน้ำดื่ม หรือการรับประทานน้ำมันดอกคำฝอยผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่าย Safflo
4. เห็ดหอม (shiitake) Lentinus edodes
ชาวญี่ปุ่นใช้เห็ดหอม เพื่อลด cholesterol โดยรับประทานติดต่อกัน 1 สัปดาห์
ถ้าเป็นเห็ดหอมสดรับประทาน วันละ 90 กรัม จะลด cholesterol ลงได้ 12% ถ้าเป็นเห็ดหอมแห้ง
รับประทานวันละ 9 กรัม จะลด
cholesterol ลงได้ 7% วิธีใช้ รับประทานวันละ 1-2 ดอกสด (หรือแห้ง) ติดต่อกันไปเรื่อยๆ
เพื่อควบคุมระดับ cholesterol
5. กระเจี๊ยบแดง (roselle) Hibiscus sabdariffa
ทั้งผลและเมล็ดจะช่วยลด Triglyceride ได้ และพบว่ากระเจี๊ยบจะมีสารพวก
beta-sitosterol และ linoleic acid ซึ่งสามารถลดระดับ cholesterol ได้ วิธีใช้
ใช้ดอกและผลต้มแล้วกรองดื่มแทนน้ำ
6. มะระ Momordica charantia
มะระสามารถลด Cholesterol และน้ำตาลในเลือดให้กลับสู่ภาวะปกติได้ โดย ในเมล็ดมะระจะมี
ไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เช่น Oleic acid 30% วิธีใช้ ใช้ประกอบอาหารเช่น ต้มจืด รับประทาน
7.น้ำมันข้าวโพด (Corn หรือ Maize ) Zea maize
ประกอบด้วยสารสำคํญคือ Beta-sitosterol
ซึ่งใช้รักษาผู้เป็นโรคไขมันในเส้นเลือดชนิด Type I Hyperlipoproteinemia และยังพบว่า
เปลือกเมล็ดข้าวโพดยังสามารถลดระดับ
Cholesterol ได้ วิธีใช้ รับประทานน้ำมันข้าวโพด หรือรับประทานข้าวโพด
สรุป
สารที่สามารถลดระดับไขมันในเลือดจะเป็นสารกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว ที่พบในพืชชนิดต่างๆ
ซึ่งจะสามารถใช้ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัวและ บางชนิดยังสามารถลดระดับ cholesterol ได้ด้วย
แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกัน การเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัวก็คือการออกกำลังกายซึ่งจะช่วยลดระดับ
cholesterol ได้ดีที่สุด
รวมทั้งการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การสูบบุหรี่, การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง,
การไม่รักษาความดันโลหิตสูงที่เป็น
|
|
|