Source of Medicine and Drugs  
จุดรวมแหล่งข้อมูลทางการแพทย์และยา ตำแหน่งที่ท่านอยู่   หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน   
| หน้าหลัก | ต่างชาติ | ของไทย | วารสาร | สมุนไพร | อื่นๆ | ติดต่อผม | เว็บบอร์ด | สมุดเยี่ยม l  
 
Webmaster


เชื่อมโยงเกี่ยวข้อง
 


โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
ข้อน่ารู้เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง
       สันหลังของคนเราประกอบด้วย กระดูกสันหลังชิ้นย่อยๆ กว่า 300 ชิ้น เรียงต่อกันเป็นแนวยาว จากต้นคอจรดก้นกบ โดยมีแผ่นเนื้อเยื่อที่เรียกว่า หมอนรองกระดูกสันหลัง คั่นกลางรอยต่อระหว่าง กระดูกสันหลังแต่ละคู่ หมอนรองกระดูกนี้ มีลักษณะยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้สันหลังเคลื่อนไหวได้ ภายในโพรงกระดูกสันหลังจะมี ไขสันหลังอยู่ และมีเส้นประสาทแยกแขนง จากไขสันหลัง ไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย เส้นประสาทส่วนต้นสุด ที่แยกแขนงออกมาจาก ไขสันหลัง เรียกว่า รากประสาท ซึ่งอยู่ชิดกับ หมอนรองกระดูก

อุบัติการณ์ และ สาเหตุ ของโรค
พบบ่อยในคนที่มีอายุ 16-60 ปี พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2 เท่า มักพบในคนที่แบกของหนัก หรือ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหลัง หรือ ในคนสูงอายุ หรือ บุคคลที่มีอิริยาบถไม่ถูกต้อง สาเหตุของโรค เกิดจากหมอนรองกระดูก หรือ disk ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนที่คั่นระหว่าง กระดูกสันหลังเลื่อนลงไป กดทับรากประสาท ที่ไปเลี้ยงแขน หรือ ขา ทำให้มีอาการปวดเสียว และชาของแขน หรือขาส่วนนั้น ทั้งนี้อาจเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุ หรือ เกิดจากความเสื่อม ของกระดูก ตามอายุ

อาการ
อาจมีการปวดที่กระเบนเหน็บ อาจปวดร้าวลงมาที่สะโพก ต้นขา น่อง และ ปลายเท้า อาการปวดจะเป็นมากขึ้น หลังจากเดินมากๆ ปวดมากเวลาก้ม หรือ เมื่ออยู่ในท่านอน โดยงอสะโพก หรือ มีหมอนมารอง บริเวณปลายเท้า และ งอเข่า อาการปวดจะดีขึ้น

คุณสามารถรู้ได้อย่างไร ว่าเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือไม่
การวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยตนเอง
1.ให้ผู้ป่วยนอนหงายแล้วจับเท้าที่สงสัยค่อยๆยกขึ้น โดยให้หัวเข่าเหยียดตรง จะพบว่า ผู้ป่วยไม่สามารถยกเท้าเหยียดตรงตั้งฉาก (90*)ได้
2.ให้ผู้ป่วยออกแรงเหยียดหัวแม่เท้าขึ้น ต้านแรงกดของนิ้วผู้ตรวจ ในรายที่เป็นมาก จะพบว่ามีแรงอ่อนกว่าหัวแม่เท้าข้างที่ปกติ
3.ผู้ที่เป็นโรคนี้ ถ้าให้ยื่นตรงจะพบว่าไม่สามารถยื่นตรงได้ ถ้าสังเกตุจะพบว่าเอวจะคด ไม่เป็นปกติ ดังรูป

        การรักษาขั้นต้น โดยการกายบริหารเมื่อเป็นโรคนี้ การกายบริหาร สามารถที่จะช่วยคุณได้ โดยจะทำให้อาการปวดของคุณดีขึ้น และ การคดของกระดูกก็จะดีขึ้น ในรายที่เป็นขั้นที่ไม่รุนแรง การกายบริหารมีดังนี้
ท่าที่ 1 ทำเพื่อยืดความตึงของกล้ามเนื้อขาด้านหลัง ให้นอนหงาย งอขาทั้งสองข้าง ยกขาข้างหนึ่งให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยให้เข่าตึงตลอดเวลา ยกขึ้นลง 10 ครั้ง ทำสลับขาอีกข้างหนึ่ง

ท่าที่ 2 ทำเพื่อลดความแอ่นของบั้นเอว ให้นอนหงาย เกร็งกล้ามเนี้อหน้าท้อง ให้หลังแนบติดพื้น เกร็งกล้ามเนื้อก้นย้อย โดยการทำท่าขมิบก้น จะทำให้ก้นยกสูงจากพื้นเล็กน้อย นับ1-10 พยายามอย่าให้หลังยกสูงจากพื้น

ท่าที่ 3 ทำเพื่อยืดกล้ามเนื้อสะโพก ให้นอนหงาย เอามือสอดใต้เข่าข้างหนึ่ง ดึงมาให้ชิดหน้าอกให้มากที่สุด ในขณะที่เกร็งขาอีกข้างหนึ่ง ให้แนบกับพื้น ทำสลับขาไปมา

ท่าที่ 4 ทำเพื่อยืดกล้ามเนื้อหลัง ให้นอนหงาย เอามือสอดใต้เข่าทั้ง2ข้าง ดึงเข้ามาจนชิดหน้าอก ยกคางเข้ามาชิดเข่า เกร็งไว้นับ 1-10 ทำสลับกับการพัก

ท่านอนที่ถูกต้อง
การนอนที่ถูกต้อง ที่นอนควนจะแน่น มีการยุบตัวน้อยที่สุด ไม่ควรใช้ฟูกฟองน้ำ หรือเตียงสปริง เพราะหลังจะจมอยู่ในแอ่งของเตียง ทำให้กระดูกสันหลังแอ่นมาก ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ การนอนที่ถูกต้อง คือ
1.นอนหงายควรมีการใช้หมอนข้างใบใหญ่ หนุนที่โคนขา ซึ่งจะช่วยให้กระดูกสันหลังแบนราบ
2.นอนตะแคง เป็นท่านอนที่ดีที่สุด ควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาที่อยู่บนงอ สะโพก และ เข่ากอดหมอนข้างไว หลังให้โก่งเล็กน้อย
หมายเหตุ ท่านอนที่ไม่ควรปฏิบัติ คือท่านอนคว่ำ เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่นมากที่สุด โดยเฉพาะระดับเอว ทำให้ปวดหลังได้

เมื่อไรที่คุณควรไปพบแพทย์ เมื่อมีอาการปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือมีอาการปวดหลังนานเกิน 2 สัปดาห์
การป้องกันการเป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน รวมทั้ง อาการปวดหลังจากสาเหตุอื่นๆ การป้องกันทำได้ดังนี้
1. การยืนต้องยืนให้น้ำหนักตัวค่อนมาทางส้นเท้า แขม่วท้อง อกผาย ไหล่ผึ่ง
2. การนั่งต้องนั่งให้หลังตรง หรือแอ่นน้อยที่สุด ที่นั่งต้องรองรับก้น และโคนขาทั้งหมด ความสูงต้องพอดีที่ฝ่าเท้าวางเต็มที่บนเท้า
3. การขับรถ ต้องเลื่อนเก้าอี้ไปข้างหน้าให้พอเหมาะ หลังพิงพนักเต็มที่ เข่างอ อยู่ระดับเหนือกว่า ตะโพกเล็กน้อย
4. การยกของ ต้องย่อตัวนั่งลงกับพื้น ยกของให้ชิดตัวแล้ว ลุกด้วยกำลังขา

การดูแลรักษาตนเอง
ทุกครั้งที่มีอาการปวดหลัง จะต้องสังเกตว่ามีอาการปวดร้าวลงมาที่ ขาข้างใดข้างหนึ่งร่วมด้วย หรือ ไม่. ถ้าไม่มี ก็อาจเกิดจากโรคปวดกล้ามเนื้อหลัง หรือ กระดูกสันหลังเสื่อม ควรดูแลรักษาตนเองดังนี้
1. หลีกเลี่ยงอิริยาบทที่ทำให้ปวดหลัง เช่น การก้มลงยกของ การอุ้มเด็ก หรือ แบกของหนัก การนอนที่นอนที่นุ่มเกินไป การนั่งหรือยืนตัวงอ ตัวเอียง หรือ การใส่รองเท้าส้นสูง
2. ถ้ายังไม่ทุเลาให้ใช้ยาหม่อง หรือน้ำมันระกำทานวด หรือ ประคบด้วยน้ำร้อน หรือใช้นิ้วมือคลึงนวด
3. ถ้ายังไม่หายให้กินยาแก้ปวด พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด ซ้ำทุก 6 ชั่วโมง
4. ถ้ามีอาการนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือ เป็นๆหายๆ เรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์

แต่ถ้ามีอาการ ปวดร้าวลงมาที่ขาร่วมด้วย ก็ควรปรึกษาแพทย์ ถ้าหากแพทย์ ตรวจพบว่า เป็นหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน นอกจากรับการรักษาจากแพทย์ แล้ว ก็ควรปฏิบัติ ดังนี้
1. นอนพักบนที่นอนแข็ง หรือ พื้นแข็ง โดยเฉพาะ ในระยะที่มีอาการมาก ควรนอนพักตลอดวัน สัก 2-3 วัน การนอน จะลดแรงกดดัน ที่มีต่อหมอนรองกระดูก ให้เหลือน้อยที่สุด
2. หลีกเลี่ยงอิริยาบทที่ทำให้ปวดหลัง
3. เมื่ออาการทุเลาแล้ว ให้บริหารกล้ามเนื้อหลังให้ แข็งแรง โดยขอให้แพทย์ ผู้ทำการรักษา สอนท่าบริหารที่เหมาะ กับคนไข้แต่ละราย
4. รักษาหลังของท่านให้ตรงอยู่เสมอ
5. พยายามอย่าให้อ้วน และ หมั่นอออกกำลังกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง และ หลัง แข็งแรงอยู่เสมอ