ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ (Quality) มากกว่าปริมาณ (Quantity)
การมีลูกไม่ใช้เรื่องยากแต่การเลี้ยงลูกนั้นคงไม่ง่ายนัก หลายคนคงต้องรอให้พร้อมก่อน
การคุมกำเนิดปัจจุบันมีหลายวิธี ส่วนวิธี top hit ที่ใช้กันมากในสตรีก็คงเป็นยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน
ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ( combined pills )
monophasic pills or fixed dose pill ประกอบด้วยเอสโตเจน และโปรเจนเตอร์โรนขนาดคงที่ทุกเม็ด
ในหนึ่งแผงอาจมี 21 หรือ 28 เม็ด ยาคุมแผงที่มี 28 เม็ดนั้น 21 เม็ดแรกจะเป็นฮอร์โมน ส่วน 7 เม็ดหลัง
ไม่ใช่ฮอร์โมน อาจเป็น แป้ง หรือ วิตตามิน หรือ เฟอร์รัสฟูมาเรต
biphasic or step-up or modified sequential ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด เป็นยาคุมกำเนิดที่ประกอบด้วย
เอสโตรเจน ปริมาณคงที่ ส่วนโปรเจิโตรเจน จำต่ำในช่วง 10 เม็ดแรกและสูงขี้นใน 11 เม็ดหลัง
triphasic or three step pill ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบนี้จะทีฮอร์โมนต่างกัน 3 ระดับ
เพือให้คล้ายกับฮอร์โมนในร่างกายและขนาดของฮอร์โมนรวมทั้งแผงจะต่ำ
ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีโปรเจสตินอย่างเดียว ( minipills , microdose , contineous low-dose progestogen )
ยาจะประกอบด้วยโปรเจสโตรเจนขนาดน้อยๆ เท่ากันทุกเม็ด และแต่ละแบบจะมียาจำนวน 35 เม็ด
ยาเม็ดคุมกำเนิดภายหลังการร่วมเพศ ( postcoital pills or morning after pills )
ชื่อก็บอกคือใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์จากการร่วมเพศในระยะตกไข่ โดยไม่ได้คุมกำเนิดมาก่อนเช่น
ในกรณีถูกข่มขืนกระทำชำเรา หรือเกิดจากควมผิดพลาดในการใช้วิธีคุมกำเนิดแบบธรรมชาติการหลั่งภายนอก
หรือการฉีกขาดของถุงยางอนามัย แต่วิธีนี้ไม่ควรใช้บ่อยจนเกิดไป
* ชนิดของยาคุมกำเนิดที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการแยกประเภทคร่าว ๆ เท่านั้นนะคะ
แต่ละประเภทยังมีรายละเอียดความแตกต่างกันในชนิดและระดับฮอร์โมนที่ใช้อีก
ประโยชน์ของยาคุมกำเนิดในการบำบัดรักษาภาวะต่างๆ
1. ภาวะการปวดประจำเดือนชนิดปฐมภูมิ ( primary dysmenorrhea )
2. ภาวะประจำเดือนผิดปกติ ( dysfunxtional uterine bleeding ) กินยาคุมกำเนดประมาณ 3-6 รอบเดือน
ทำให้ร่างกายปรับตัวเองให้มีระดับฮอร์โมนเหมือนปกติ ซึ่งจะทำให้รอบเดือนมาปกติได้
3. ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ ( endometriosis )
4. การรักษาสิว
5. การเลื่อนประจำเดือน
ซึ่งการใช้ในการบำบัดรักษาภาวะต่าง ๆนั้น ต้องเลือกทั้งปริมาณและชนิดของยาคุมกำเนิดให้เหมาะสม
ในแต่ละภาวะและแต่ละบุคคล
วิธีใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด
การเริ่มต้นรับประทาน
- ชนิด 21 เม็ด เริ่มวันที่ 1 ถึง 5 ของการมีรอบเดือน จนหมดแผง แล้วเว้น 7 วัน
- ชนิด 28 เม็ด เริ่มวันที่ 1 ของรอบเดือนรับประทานจนหมดแผงแล้วต่อแผงใหม่ทันที
เวลาที่รับประทานยา หลังอาหารเย็น หรือ ก่อนนอน แต่ควรเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน
การปฎิบัติเมื่อลืมรับประทานยา
- ให้รับประทานทันทีที่นึกได้ และรับประทานเม็ดต่อไปตามปกติ
- ถ้านึกได้เมื่อถึงเวลารับประทานยาเม็ดต่อไป ให้รับประทานยา 2 เม็ด พร้อมกัน
- ถ้าลืม 2 เม็ดติดกัน ( ลืมทานยาไป 2 วัน ) ควรรีบรับประทานยา 2 เม็ดเมื่อนึกได้ และรับประทานอีก 2 เม็ด
ในวันต่อไป ( ควรใช้วิธีคุมกำเนิดชนิดอื่นๆร่วมด้วย )
- ถ้าลืมมากกว่า 2 เม็ด ให้หยุดรับประทานยา แล้วคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น การลืมรับประทานยา เกิน 8 ชั่วโมง
อาจมีโอกาสตั้งครรภ์ได้
การปฎิบัติเมื่อรอบเดือนขาดหายไป ระหว่างที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด
- ในเดือนแรก ถ้าไม่ลืมรับประทานยา ให้รับประทานยาต่อไปตามปกติ
- ถ้ารอบเดือนหายไป 2 เดือน ควรปรึกษาแพทย์
- ถ้าลืมรับประทานยา แม้รอบเดือนขาดไปเพียงครั้งเดียวก็จำเป็นต้องตรวจ
ผู้ที่ห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดได้แก่
- ตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ ดังนั้นในรายที่ประจำเดือนไม่มา
ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนที่จะเริ่มให้ยาเม็ดคุมกำเนิด
- โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูงชนิดรุนแรง
- ระบบไขมันในร่างกายผิดปกติ
- โรคที่เกี่ยวกับระบบการแข็งตัวของเลือด
- โรคตับอักเสบเฉียบพลัน
- มะเร็งที่มีการเจริญเติบโตขึ้นกับฮอร์โมน เช่นมะเร็งเต้านม และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก โดยยังไม่ทราบสาเหตุ