ยาคุมฉุกเฉิน : ปลอดภัยหรือเป็นอันตราย
สถาบันสูตินรีแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American College of
Obstetrics and Gynecology-ACOG) ได้ทำการศึกษาวิจัยผลกระ ทบข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
จากการใช้ยา คุม ฉุกเฉิน พบว่าการใช้ยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธีและใช้เฉพาะ
ใน กรณีฉุกเฉิน จริงๆนั้นไม่ก่อให้เกิดผลกระทบข้างเคียงใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ นอกจากนี้
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization:WHO) ยังได้บรร จุยาคุมฉุกเฉินไว้ในบัญชียา
ในปี พ.ศ. 2539 ด้วย สำหรับผู้ที่มีประ วัติเป็นโรคลมชัก , โรคหัวใจ , โลหิตแข็งตัวง่าย
หรือโรคที่เกี่ยวเนื่องกับ เส้นเลือดหัวใจ อาจจะต้องปรึกษาแพทย์เสียก่อน หรืออาจจะใช้ยาคุม ฉุกเฉิน
ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ซึ่งจะปลอดภัยกว่าชนิดฮอร์โมนผสม อ่าง ไรก็ตาม ประมาณ 20 ปี
ที่มีการผลิตยานี้ขึ้นมาใช้ ยังไม่พบว่ามีรายงานการเสียชีวิตหรืออาการแทรกซ้อนร้ายแรงที่เกิด
ขึ้นจากการใช้ยาคุมฉุกเฉิน
การกินยาคุมฉุกเฉินสามารถทำให้เกิด การแท้งได้หรือไม่
ในทางการแพทย์ถือว่าการตั้งครรภ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อไข่ที่ได้รับการผสมมีการฝ ังตัวที่มดลูกอย่างสมบูรณ์แล้ว
ซึ่งกระบวนการฝังตัวนี้จะเริ่มต้นหลังจากเกิดการผสมระหว่างไข่กับ อสุจิแล้วประมาณ 5 วัน
และจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์จึงจะฝังตัว เสร็จสมบูรณ์ ตัวยาในยาคุม ฉุกเฉิน
จะไร้ประสิทธิภาพไปในทัน ทีที่กระบวนการฝังตัวเกิดขึ้น จึงไม่สามารถทำให้เกิดการแท้ง
ได้อย่าง เด็ดขาด
ถ้ากินยาคุมฉุกเฉินแล้วแต่ยัง ตั้งครรภ์ เด็กในครรภ์จะพิการ หรือไม่
การกินยาคุมฉุกเฉินในกรณีฉุกเฉินจริงๆ (ซึ่งไม่น่าจะเป็นกรณีที่เกิด ขึ้นบ่อยๆในชีวิตของผู้หญิง
คนหนึ่งๆ) ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ทารกมีความ พิการแต่กำเนิด ไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่ผู้หญิงกินยา
โดยไม่รู้ตัวว่ากำลัง ตั้งครรภ์อยู่ หรือกินยานี้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์แต่ไม่ได้ผลก็ตาม
เพราะมีการศึกษาพบว่าการกินยาคุมในขณะที่กำลังตั้งครรภ์อยู่นั้นไม่ได้เพิ่ม ความเสี่ยงต่อความพิการ
ของทารกที่จะคลอดออกมา ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำการกินยาคุมแบบธรรมดา
จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่ายาคุมฉุกเฉิน
ถุงยางอนามัยกับยาคุมฉุกเฉิน: อย่างไหนดีกว่ากัน
ถุงยางเป็นทางเลือกที่ช่วยป้องกันทั้งการตั้งครรภ์และการติดโรคติด ต่อทางเพศสัมพันธ์ไปพร้อมๆกัน
ในขณะที่ยาคุมฉุกเฉินเพียงแค่ช่วยลดโอกาสในการตั้งครรภ์เฉพาะ กรณีฉุกเฉินเท่านั้น
ไม่สามารถป้องกันการติดโรคได้ ถ้าคุณรู้ล่วงหน้าว่าจะมีเพศสัมพันธ์
ถุงยางอนามัยย่อมเป็นทางเลือก ที่ดีกว่าแน่นอน ยาคุมฉุกเฉินเป็นเพียง ทางออกสำรอง
เป็นเพียง ทางเลือกสุดท้าย ของการป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น ยิ่งคุณมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
การใช้ถุงยางจะป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดีกว่าการกินยาคุมฉุกเฉิน แถมยังช่วยป้องกันโรคเอดส์
และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้อีกด้วย
วิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน สามารถลดจำนวนการทำแท้งได้ จริงหรือ
วิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะลดจำนวนการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ลง นั่นคือช่วยลดความจำเป็น
ของการทำแท้งลงด้วยเช่นกัน ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการทำแท้งต่ำที่สุด
ในบรรดาประเทศอุตสาหกรรม พบว่าประชาชนวัยหนุ่มสาวมีอัตรา การคุมกำเนิดสูงมาก
อีกทั้งยังมีบริการเกี่ยวกับวิธีคุมกำเนิดแบบ ฉุกเฉินเพื่อใช้เป็นทาง ออกสำรองอยู่อย่างแพร่หลาย
มาเป็นเวลากว่าทศวรรษ ส่วนที่ประเทศฟินแลนด์ มีหลักฐานชี้ชัดว่าอัตราการทำแท้งในกลุ่ม
วัยรุ่นได้ลดลงหลังจาก ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่องการคุมกำเนิดฉุกเฉินออกไปในวงกว้าง
ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศที่การทำแท้งเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พบว่าการเสียชีวิตของผู้หญิง
ในวัยเจริญพันธุ์มีสาเหตุใหญ่มาจากการ ทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ปัญหาเกี่ยวกับการทำแท้ง
ถือเป็นความล้มเหลวที่สำคัญอันเกิดจาก ความขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์
ในท่ามกลางเงื่อนไขเช่นนี้ ถือได้ว่าวิธีคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินจะช่วยลดการตายและ
การสูญเสีย ลงได้ อาจช่วยลดความต้องการบริการทางการแพทย์ที่นับวันจะเพิ่ม มากขึ้น
ทั้งเตียงคนไข้ที่ไม่เพียงพอ จำนวนหมอและพยาบาล ปริมาณ โลหิตสำรองที่มีผู้บริจาคเอาไว้
รวมตลอดจนถึงความจำเป็นที่ต้องให้การ รักษาผู้หญิงที่บอบช้ำจากการทำแท้งด้วย
มีผู้หญิงจำนวนมากเท่าไรที่ใช้ยาคุมฉุกเฉิน
พบว่าอัตราการใช้ยาคุมฉุกเฉินมีสูงมากในประเทศที่มีการจำหน่าย ยาในรูปแบบที่ง่ายต่อการใช้
มีปริมาณฮอร์โมนต่อเม็ดที่สะดวกต่อการกิน และมีใบกำกับยาที่ถูกต้องชัดเจนสำหรับทั้งหมอ
และผู้ที่ต้องการใช้ ซึ่ง มักเป็นประเทศในแถบยุโรป ในขณะที่ผู้หญิงที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว
อย่างเช่นสหรัฐอเมริกา มัก จะเคยได้ยินข้อมูลเรื่อง "ยาคุมหลังร่วมเพศ" มาบ้าง
แต่ส่วนใหญ่จะ ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินคืออะไร
และมีวิธีการ ใช้ที่ถูกต้องอย่างไรในปี พ.ศ. 2537 มีการสำรวจในสหรัฐอเมริกา
โดยมูลนิธิตระกูลเฮนรี่ เจ ไคเซอร์ (Henry J. Kaiser Family Foundation) พบว่ามีผู้หญิงอเมริกัน
เพียง 1 % โดยประมาณเท่านั้นที่เคยใช้ยาคุมฉุกเฉิน และมีสูติแพทย์เพียง 1 ใน 4 ที่สั่งยานี้ให้คนไข้
ขณะนี้หลายหน่วยงานในประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังรณรงค์ให้ผู้บริโภคมีความรู้เรื่องยาคุมฉุกเฉิน
รวมทั้งรณรงค์ให้ร้าน ขายยาสามารถจำหน่ายยาคุมฉุกเฉินได้โดยไม่ต้อง มีใบสั่งยาจากแพทย์ด้วย
สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสันนิษฐานว่าระดับความ รู้
และอัตราการใช้ยาคุมฉุกเฉินน่าจะอยู่ในระดับต่ำมาก
บทความจาก:เอกสารประกอบการประชุมเรื่องยาคุมฉุกเฉินจัดทำโดย โครงการรณรงค์เพื่อสิทธิอนามัย
เจริญพันธุ์ สภาประชากร